เริ่มต้นปีภาษีใหม่…. ผมมีเงิน $4,048.00 เหรียญแล้ว ดีใจจังเลยวุ๊ย เก็บมาได้อย่างไร อ่าน…
July 1st, 2009 Posted in Uncategorized | Comments Offวันนี้เป็นวันแรกที่ รัฐบาลออสเตรเลีย เริ่มเก็บภาษีจากมนุษย์งาน ด้วยอัตราใหม่
ผู้ที่มีรายได้ น้อย
Tax rates 2008-09
หาก ใน 1 ปี นับจากวันนี้ มีรายได้ $1 – $6,000 พูดง่ายๆ 6พันแรก ไม่ต้องเสียภาษี (หากถูกหักณ ที่จ่ายป ก็ขอคืนได้)
หาก ใน 1 ปี นับจากวันนี้ มีรายได้ $6,001 – $34,000 รัฐเก็บภาษี 15c ต่อ $1 เฉพาะยอดที่เกิน $6,000 (6พันแรกฟรี)
หาก ใน 1 ปี นับจากวันนี้ มีรายได้ $34,001 – $80,000 รัฐเก็บภาษีเริ่มต้น $4,200 + 30c ต่อ $1 เฉพาะยอดที่เกิน $34,000.00
หาก ใน 1 ปี นับจากวันนี้ มีรายได้ $80,001 – $180,000 รัฐบาลเก็บภาษีเริ่มต้น $18,000 + 40c ต่อ $1 เฉพาะยอดที่เกิน $80,000
หาก ใน 1 ปี นับจากวันนี้ มีรายได้ $180,001 หรือมากกว่า รัฐบาลเก็บภาษีเริ่มต้น $58,000 + 45c ต่อ $1 เฉพาะยอดเงินที่เกิน $180,000
หรืออีกนัยหนึ่ง
ผู้มีรายได้น้อย หรือทั่วไป(ที่ได้เงินน้อยกว่า $80Kต่อปี) จะเสียภาษีน้อยลง ประมาณสัปดาห์ละ $2-5 เหรียญ (พอซื้อข้าวได้ 1 มื้อ)
ผู้มีรายได้สูง ก็จะเสียภาษีน้อยลง สัปดาห์ละ $2 มั้ง
นอกจากนั้นแล้ว วันนี้ ยังเป็น วันดีสำหรับการเริ่ม อะไรใหม่ๆ เช่น เคลียบัญชี เริ่มต้นบัญชี เริ่มระบบใหม่ ขึ้นสมุดโน๊ตเล่มใหม่ ใช้วิธีบริหารเงินแบบใหม่ บริหารชีวิตแบบใหม่ ถ้าอยู่เมืองไทย ก็เริ่มต้นดีกว่าหน่อยคือ ธนาคารหยุดมันซะเลย ….
วันนี้ ผมเองก็ได้เริ่มต้น อะไรใหม่ๆ หลายอย่างเหมือนกัน โดยเฉพาะด้าน การทำบัญชี และการตัดยอดบัญชี ส่วนตัวของผมซึ่ง เป็นระบบ Multi Currency วันนี้คือ วันนี้เป็นวันที่ผมจะจ่ายเงิน ค่าบิลต่างๆประจำเดือน
คือ Bill ส่วนใหญ่ผมจะรวมกองไว้ แล้วก็ จ่ายรวดเดียวเลย จะได้ทราบยอด TOTAL ประจำเดือนเลยทันที เห็นตัวเลขแล้วจะสยองมากๆ เพราะแดง (ติดลบ) แล้วก็ เป็นวัน จ่ายดอกเบี้ยผู้ถือหุ้น แล้วก็ วันจ่ายค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าฯลฯ ล่วงหน้า นอกจากนั้น แล้วก็ จะต้อง ทำ Budget ว่าเดือนนี้ จะทำอะไร เท่าไร…
ทำให้เรียบร้อยซะวันนี้ ส่วนอีก 30 วันที่เหลือ ก็ ใช้ชีวิตไปตาม Budget หรือโปรแกรมที่วางเอาไว้ อย่าไปนอกลู่นอกทางเด็ดขาด
วันนี้เป็นวันสรุปยอด เงินจาก ทุก บัญชี
ผมก็จะมาสรุปให้ฟังว่า
บัญชี Saving ส่วนตัวของผม มี เงิน $4,048.00 ให้ชื่นใจแล้ว
ได้เงินมาอย่างไร? ผมเก็บเงินสัปดาห์ละ $20 ตั้งแต่ 1 มกราคม 2005 นะ ไม่ได้มาอวดรวย แต่มาสอน ว่า หากคุณทำเหมือนผมคุณก็มี แล้วก็ อย่าดูถูกว่า $20/week มันน้อยเกินไป ที่จะเก็บ ลองไปคิดดูให้ดีๆ ว่า คุณพ่อ คุณแม่ส่งเรามาเรียนหนังสือ ท่านก็เก็บด้วยอัตรานี้และความเร็วเท่านี้แหละ แต่ใช้เวลามากกว่าอย่างคุณพ่อคุณแม่ผม ใช้เวลาเก็บเงินให้ผมตั้งแต่เกิดเลย ใช้เวลา 20 กว่าปี เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้ผม และหากคุณมีลูก คุณก็ควรจะทำ หรือหากไม่มีก็ควรทำไว้ เพราะอนาคต ค่าใช้จ่ายคุณมีแน่นอน
ตอนแรกผมกะว่า จะเอาเงินนี้ มาจ่ายค่าเปียนโน แต่ผมเปลี่ยนบัญชีนิดหน่อย เอาเงินมรดกที่ได้รับมา ไปจ่ายค่าเปียนโนแทน เปียนโนจะได้เป็นมรด
ส่วน ชื่อบัญชี TITLE ของบัญชีนี้ ที่เคยตั้งไว้ว่า เป็น “ท่องเที่ยว NEW ZEALAND กับดาเรส” ก็จะเปลียนเป็น “ประกันสุขภาพส่วนตัวของผม” แทน
เผื่อ เกิดอุบัติเหตุเข้า โรงพยาบาล ต้องใช้เงิน $4,000 เหรียญ ก็จะได้ ใช้ได้ทันที
ผมคิดว่าค่อนข้างเหมะสม ผมเองก็ไม่อยากจะ ถอนเงินจากบัญชีนี้เลย ทำไม่ลง เพราะว่า มันเป็นการเริ่มต้นที่ดีในตัวของมันอยู่แล้ว แล้วมาคิดดูอีกที ก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตที่ผมทำได้ อย่างง่ายดายสุดๆแล้ว และก็หวังว่าเวลาที่เก็บมา มันคงจะพิสูจน์อะไรได้บ้าง แล้วก็ วันหนึ่ง หากผมต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่าง ผมก็จะเปิดบัญชีนี้ออกมาดูว่า
ผมทำได้นะ ฝากเงิน $20/week เป็นเวลา 4 ปี ตรงเวลาทุกสัปดาห์ ไม่มีขาดตกบกพร่อง…. ถึงแม้จะน้อยนิด แต่ผมก็ภูมิใจ
แต่ก็ไม่แน่หรอก หากจำเป็น ผมก็อาจจะต้อง ถอนออกมา เพราะอย่างไร มันก็คือ เงินที่ผมเก็บมา……. ใช่มะ
ส่วนบัญชีอื่น ที่ผมเก็บเยอะกว่านี้ ผมก็มี แต่ ส่วนใหญ่ เงินจะหายไป ในกิจกรรมต่างๆ ที่ผมตั้งเป้าไว้ (เช่น ค่าเปียนโน ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าหนังสือ ค่าดูหนัง ค่าฯลฯฯลฯ)
แล้วก็ วันนี้ ผมคิดว่า ผมจะเริ่มต้น เปิดบัญชีกองทุน “เพื่อพ่อและแม่ของตัวเอง” ก็จะพยายามโอนเงิน ไปให้ เดือนละน้อยๆ แต่ตรงเวลาสม่ำเสมออย่างไม่มีข้ออ้างสาย หรือแก้ตัว แล้วก็ เดือนหน้าก็จะพยายามส่งเงินไปเก็บไว้ที่ประเทศไทยบ้าง เอาแบบน้อยๆ เลยล่ะ
น้อยขนาด แบบไม่สะเทือนเลยน่ะ (นั่นแหละถึงเรียกว่า สะสมทรัพย์) แล้วพอมันได้ มาเป็นก้อนเราก็จะได้ เอาสมุดไปให้แม่ ว่า เราเก็บสะสมมาให้แม่กับพ่อ
และหากเราเป็นลูก ลองคิดให้ดีๆ พอเราให้พ่อกับแม่เสร็จ ก็สุดแล้วแต่พ่อและแม่จะใช้ล่ะนะ หากท่านเสียชีวิต เงินเดือนนั้น ก็จะตกเป็นของเรา เพราะเราคือผู้รับมรดก ฉะนั้น เงินจริงๆ ไม่ได้หายไปไหนหรอก
แล้วก็ การ ให้เงินผู้มีพระคุณ เป็นสิ่งดีงาม รับรองว่า เราไม่มีทางล่มจม มีแต่เจริญขึ้น
พ่อมักจะโทรมาหาผม หรือ อีเมลมา บอกว่า “ขอให้ลูกเจริญๆ และสมหวังดังปรารถนาทุกประการนะ” เสมอๆ เวลาได้รับเงิน
ซึ่งผมก็จะไม่ตอบอะไรมาก แค่ตอบสั้นๆ ว่า พ่อสบายดีนะ
…
มาให้กำลังใจอีกนิดว่า
เก็บวันละ $1 ก็ถือว่าได้เก็บแล้ว
ที่บ้านผม ในครัว จะมี กระปุกอมสินใสๆ 1 กระปุก ที่ผม จะ เอาเงินไปหยอดทุกวัน วันละ $1-2 ตอนนี้ มียอดเงินสูงประมาณ 10cm แล้วล่ะ (กระปุกใสๆ) ผมกะว่าจะรอให้มันเต็ม แล้วก็ จะนำไปฝากเข้าธนาคาร
คือ ผมเริ่มต้นชีวิตใหม่เลยล่ะ นะ
จำได้ว่า เด็กๆ แม่ เอากระปุกออมสินแบบเป็นแผ่น บางๆ มาให้ มีตัวเลข 1-31 ใส่เหรียญบาทได้ 31 เหรียญ ตอนเย็นแม่จะถามว่า มีเงินเหลือมั๊ย ถ้าเหลือ ก็ให้มาใส่
วันไหนเหลือเยอะ ใส่ลงไป 10 เหรียญ แม่ก็จะว่า ว่า นี่ไม่ใช่ออมทรัพย์ แม่ให้ใส่ วันละเหรียญ วันไหนขาด วันรุ่งขึ้น ก็ใส่เติมให้ครบ แต่อย่าขาด10 วัน หรือใส่ 10 วันล่วงหน้า เพราะมันจะลำบาก การเก็บออมคือ ต้องทีละนิด สม่ำเสมอ
ผมก็เลยเริ่มใหม่ ใช้ทฤษฎีที่แม่สอนมา จะได้ไม่เสียชื่อว่า พ่อกับแม่ทำงานธนาคารมาตลอดชีวิต
ตามจริงการเก็บเงินอยู่ในสายเลือดผมน่ะ ผมจะแอบเก็บๆไว้ ไม่เคยนับ แต่ในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ ผมก็ต้องเริ่มมานับ และตั้งเป้าจริงๆ เพราะในกรณีที่ลำบาก หรือมีรายได้ต่ำ การตั้งเป้าคือสิ่งที่ดีที่สุด
ส่วนเงินที่จะใช้จ่ายรายเดือนก็ แยกเข้าบช ตะหากเลย ตั้งแต่เงินเดือนออก จัดการใหม่หมด ให้พอดี
เป็นอีกสิ่งหนึ่ง ที่ผมไม่เคยทำเป็นระบบมาก่อน แต่ตอนนี้ เป็นระบบแล้วล่ะ ผมคิดว่า เรื่องที่ดีๆ อื่นๆ ก็จะตามมาเอง
วันนี้ ผมมาสอนแค่นี้แหละ หวังว่า ผมคงเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับน้องๆ นักเรียนไทยอีกหลายๆคนให้ทำตาม
ปล เจ๊อ้อยกะผม ไม่ถูกล๊อตเตอรี่น่ะ ต่างคนต่างโทรหากันแล้วก็ ถามว่า รับสาย แสดงว่า ไม่ถูกล๊อตโต้….


















